Minimize Activity Professional Community
24

Company Visit: กลุ่มน้ำตาลมิตรผล อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา TMA โดยกลุ่มบริหารการผลิตและปฏิบัติการ ได้จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงงานด้าน “นวัตกรรมการผลิตและการพัฒนาวัตถุดิบณ โรงงานน้ำตาลมิตรผล และโรงไฟฟ้าด่านช้าง ไบโอ-เอ็นเนอร์ยี อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีคณะผู้บริหารจากโรงงานน้ำตาลมิตรผล และโรงไฟฟ้าด่านช้าง ไบโอ-เอ็นเนอร์ยี และคณะนักวิจัยจากศูนย์วิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี
 
ผู้จัดการฝ่ายผลิตน้ำตาลทรายและรีไฟน์ของโรงงานน้ำตาลมิตรผล กล่าวต้อนรับคณะเยี่ยมชม พร้อมทั้งได้บรรยายประวัติความเป็นมาของบริษัทและกระบวนการผลิตน้ำตาลทราย โดยสรุปดังนี้
 
   
 
โรงงานน้ำตาลมิตรผลมีกำลังการผลิต 32,000 ตันอ้อย/วัน ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง มีระยะเวลาเปิดหีบในช่วงฤดูการผลิต 5 เดือน (พฤศจิกายน - มีนาคม) อีก 7 เดือนเป็นช่วงละลายหีบอ้อย ซ่อมแซม และบำรุงรักษาเครื่องจักร โดยในช่วงฤดูการผลิตทางโรงงานจะมีจำนวนพนักงานประจำและชั่วคราวรวมทั้งสิ้น 871 คน แต่หากเป็นช่วงซ่อมแซมจะเหลือพนักงาน 685 คน ผลิตภัณฑ์ที่โรงงานน้ำตาลมิตรผลผลิตประกอบด้วย
 
- น้ำตาลทรายดิบ (Raw Sugar) เป็นน้ำตาลทรายที่ได้จากกระบวนการผลิตขั้นต้นโดยผ่านกระบวนการเคี่ยวและตกผลึก น้ำตาลทรายดิบจะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลเข้ม มีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่และความบริสุทธิ์ต่ำ โดยทั่วไปจะมีค่าสีสูงกว่า 1,500 ICUMSA1 การขนส่งจะกระทำเป็น BULK2โดยไม่ใส่ในกระสอบ น้ำตาลชนิดนี้ไม่สามารถไปบริโภคได้โดยตรง แต่สามารถส่งออกเพื่อจำหน่ายในตลาดต่างประเทศหรือเก็บไว้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ต่อไปได้
 
- น้ำตาลทรายขาว (White Sugar) เป็นน้ำตาลทรายที่ได้จากกระบวนการสกัดเอาสิ่งเจือปนออกจากน้ำตาลทรายดิบ โดยใช้ปูนขาวเป็นสารหลักและใช้ความร้อนตลอดจนการกรอง เพื่อทำให้มีความบริสุทธิ์มากขึ้น ค่าสีไม่เกิน 200 ICUMSA โดยน้ำตาลประเภทนี้โดยทั่วไปเป็นน้ำตาลที่ประชาชนนิยมบริโภค รวมถึงใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารที่ต้องการความบริสุทธิ์ปานกลาง ภาครัฐประกาศราคาควบคุมการขายน้ำตาลทรายขาวภายในประเทศหน้าโรงงานไม่เกิน 14.98 บาทต่อกิโลกรัม
 
- น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ (Refined Sugar) เป็นน้ำตาลทรายที่ได้จากกระบวนการผลิตที่คล้ายกับการผลิตน้ำตาลทรายขาว แต่มีความบริสุทธิ์มากกว่า ค่าสีไม่เกิน 40 ICUMSA มีลักษณะเป็นเม็ดสีขาวใส เป็นน้ำตาลที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมยา เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมและเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เป็นต้น โดยมีการกำหนดราคาควบคุมน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ภายในประเทศหน้าโรงงานไม่เกิน 16.05 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทางโรงงานสามารถผลิตน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ได้ 1,400 ตัน/วัน สำหรับที่โรงงานนี้จะใช้ระบบ Carbonation โดยการนำน้ำตาลทรายดิบคุณภาพสูงไปละลายน้ำร้อน สิ่งที่ได้ในขั้นตอนนี้คือน้ำเชื่อม น้ำเชื่อมจะถูกทำให้ใสด้วยน้ำปูนขาวและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสารทั้ง 2 จะทำปฏิกิริยากันก่อให้เกิดเป็นตะกอนและแคลเซียมคาร์บอเนต แล้วดึงสิ่งสกปรกในน้ำเชื่อมแยกตัวออกมา จากนั้นก็กรองด้วยเครื่องกรองเพื่อให้ได้น้ำเชื่อมใส จากนั้นน้ำเชื่อมจะถูกส่งผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนประจุเรซิน ซึ่งเรซินจะทำหน้าที่จับสารละลายที่ทำให้เกิดสีในน้ำเชื่อม เหลือเพียงน้ำเชื่อมที่ใสบริสุทธิ์ จากนั้นก็ถูกส่งเข้าหม้อต้มระเหยน้ำ เพื่อให้ได้น้ำเชื่อมที่มีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อส่งเข้าสู่ขั้นตอนการตกผลึกน้ำตาลและปั่นน้ำตาลให้เป็นเม็ด เม็ดน้ำตาลจะถูกส่งผ่านหม้ออบเพื่อลดความชื้นและลดอุณหภูมิ แล้วส่งไปบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ขนาดบรรจุต่างๆ เพื่อส่งให้กับลูกค้า
 
 
การผลิตน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เสริมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลทราย ได้แก่
 
- ชานอ้อย (Bagasses)คืออ้อยที่ได้จากขบวนการหีบอ้อยจากชุดลูกหีบชุดสุดท้าย ปัจจุบันชานอ้อยส่วนหนึ่งถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าและไอน้ำเพื่อใช้ในการผลิตน้ำตาลของกลุ่มมิตรผล นอกจากนี้ชานอ้อยสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่นไม้เทียม เช่น แผ่นไม้ปาร์ติเกิล (Particle Board) ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ และใช้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของกลุ่มมิตรผลไทย
 
- กากน้ำตาล (Molasses) เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการเคี่ยวน้ำตาล โดยมีลักษณะเหนียวข้น มีสีน้ำตาลปนดำ ถึงแม้กากน้ำตาลจะมีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่ แต่มีระดับต่ำเกินกว่าที่จะนำมาสกัดเป็นน้ำตาลได้อีก โดยในการผลิตที่ใช้อ้อย 1 ตัน จะได้กากน้ำตาลประมาณ 45-60 กิโลกรัม กากน้ำตาลสามารถนำไปใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบในหลายๆ อุตสาหกรรม เช่น การผลิตสุรา การผลิตแอลกอฮอล์ การผลิตผงชูรส และการผลิตเอทานอล
 
สำหรับกระบวนการกำหนดราคาซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและราคาขายน้ำตาลจะถูกควบคุม กำหนดราคา และกำกับดูแลจากภาครัฐบาล โดยผ่านคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลซึ่งกำหนดระบบการจัดสรรผลประโยชน์ระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลไว้ที่ 70:30 ซึ่งจะนำมาเป็นหลักในการคิดคำนวณราคาอ้อยที่โรงงานน้ำตาลจะต้องจ่ายให้แก่ชาวไร่อ้อย โดยชาวไร่อ้อยจะได้รับเงินในอัตราร้อยละ 70 และโรงงานน้ำตาลได้รับร้อยละ 30
 
 
ครงสร้างของโควตาน้ำตาลและระบบแบ่งปันผลประโยชน์ในประเทศไทย
 
กระบวนการผลิตไฟฟ้าชีวมวลและโครงการ CDM โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
 
โรงไฟฟ้าด่านช้าง ไบโอ-เอ็นเนอร์ยี เป็นโรงงานไฟฟ้าชีวมวล ประเภท SPP (Small Power Producer)ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ชานอ้อย แกลบ ฟางข้าว ฯลฯ มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงในห้องเผาไหม้ และมีระบบการจัดการขี้เถ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเถ้าหนักจะตกลงสู่อ่างน้ำรองรับเถ้า เพื่อลดอุณหภูมิและเก็บในบ่อเก็บเถ้า ส่วนเถ้าเบาจะถูกดักจับด้วยอุปกรณ์ดักฝุ่น เรียกว่า Ventruri Wet Scrubber โดยที่ขี้เถ้าทั้งหมด เกษตรกรจะมารับไปใช้ทำเป็นปุ๋ยธรรมชาติอย่างดี เพื่อใส่ในไร่อ้อยช่วยเพิ่มคุณค่าแก่ดิน และส่งผลให้อ้อยมีคุณภาพสูงมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันโรงไฟฟ้าด่านช้างฯ มีเครื่องจักรที่สำคัญประกอบด้วย หม้อไอน้ำขนาด 120 ตัน/ชั่วโมง จำนวน 2 ชุด กังหันไอน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 41 เมกะวัตต์ จำนวน 1 ชุด หอหล่อเย็น จำนวน 1 ชุด ระบบผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุ จำนวน 1 ชุด และระบบเสริมการผลิตอื่นๆ เช่น ระบบสายพานลำเลียง กังหันไฟฟ้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เป็นต้น
 
โรงไฟฟ้าด่านช้าง ไบโอ-เอ็นเนอร์ยี มีกำลังการผลิต 53 เมกะวัตต์ โดยทำการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สัญญาแบบ (Firm Contract) ระยะเวลา 21 ปี จำนวน 27 เมกะวัตต์ ผ่านสายส่งแรงดัน 115 เควี ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 2 เมกะวัตต์ขายให้กับบริษัท ไทยอะโกร เอ็นเนอร์ยี จำกัด อีก 13-14 เมกะวัตต์ขายให้กับและโรงงานน้ำตาลในเครือมิตรผลเพื่อใช้ในการผลิต และ 3-4 เมกะวัตต์ ขายให้กับโรงงานน้ำตาลในการละลายหีบอ้อย ส่วนที่เหลือใช้ภายในโรงงาน นอกจากนี้โรงไฟฟ้าด่านช้างฯ ยังดำเนินโครงการ Dan Chang Bio-Energy Cogeneration Project เป็น 1 โครงการ จากจำนวน 7 โครงการแรกในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองจากคณะรัฐมนตรี เรื่องการดำเนินงานกลไกการพัฒนาที่สะอาดในประเทศไทยภายใต้พิธีสารเกียวโต โดยมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศของโลก จากการดำเนินโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด โรงไฟฟ้าด่านช้างฯ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 93,000 tCO2eq/year1
 
การวิจัยพัฒนาอ้อยและน้ำตาล และระบบน้ำหยดบนดิน โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
 
กลุ่มน้ำตาลมิตรผลได้เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาอ้อยและน้ำตาลแห่งแรกในประเทศไทย ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาอ้อยให้มีคุณภาพและจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของโรงงาน โดยจะทำการพัฒนาสายพันธ์อ้อยให้มีความหลากหลายทนต่อสภาพดิน ภูมิอากาศ ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งก่อให้เกิดผลผลิตต่อพื้นที่เพาะปลูกสูง และการพัฒนาระบบน้ำหยดบนดินและใต้ดิน ที่สามารถผสมปุ๋ยแล้วส่งไปพร้อมกับระบบทำให้อ้อยได้รับปุ๋ยและน้ำเต็มที่ สามารถลดต้นทุนในการให้น้ำและปุ๋ยได้เมื่อเทียบกับระบบน้ำราดถึง 3 เท่า ตลอดจนวิจัยวิธีการควบคุมหรือลดความเสียหายที่อาจเกิดจากเชื้อโรค หรือแมลงต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนชาวไร่ในการให้ความรู้และฝึกอบรม

   

Posted in: OEMG