งานสัมมนา “กลยุทธ์การฟื้นตัวของธุรกิจหลังวิกฤตการณ์น้ำ 2554”

เมื่อวันที่ 10-13 มกราคม 2555 TMA จัดงานสัมมนา “กลยุทธ์การฟื้นตัวของธุรกิจหลังวิกฤตการณ์น้ำ 2554” ณ อาคาร TMA ชั้น 2 ห้อง 1 โดยภายในงานสัมมนามีการบรรยายเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงจากวิกฤตการณ์น้ำจากวิทยากรหลากหลายสาขาซึ่งแบ่งการสัมมนาออกเป็น 6 Session
Session 1: บทเรียนจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมสู่การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
ได้รับเกียรติจาก ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คุณวิสุทธิ์ จงเจริญกิจ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการฟื้นฟูบ้านพนักงาน SCG และคุณสมจินตนา ศรีไปล่ Executive Manager บริษัท แซมโก้ ไซกิ (ไทยแลนด์) จำกัด มาร่วมเสวนา รวมทั้งยังได้รับเกียรติจากคุณพีระพงษ์ กลิ่นลออ ผู้อำนวยการสำนักงานสำนึกรักบ้านเกิด บริษัท โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมิวเนชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินรายการอีกด้วย เริ่มด้วย ดร.บุญธรรมฯ ได้เล่าถึงสมมติฐานประมาณการความเสียหายในภาคอุตสาหกรรมซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่เสียหายมากที่สุดคือกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 91,191 ล้านบาท และกลุ่มที่น่าจับตามองมากที่สุดคือกลุ่มอุตสาหกรรมการส่งออก ประเภท Computer และ Accessories รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 73,749 ล้านบาท รวมทั้งประเภท Automobiles และ Parts รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 49,545 ล้านบาท
ต่อมาคุณวิสุทธิ์ฯ ได้กล่าวถึง การทำBusiness Continuity Management หรือ ระบบการจัดการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจของ SCG ที่กำหนดขั้นตอนการดำเนินการเพื่อรองรับ หรือเรียกคืนการดำเนินงานให้เป็นปกติได้ และเป็นการสร้างความมั่นใจว่า การปฏิบัติงานจะไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้การปฏิบัติงานต้องหยุดชะงัก เช่น
ภัยธรรมชาติ โดย SCG ได้ย้ายหน่วยงานสนับสนุนธุรกิจจากสำนักงานใหญ่ไปยังสถานที่สำรองและได้ตั้งทีมการบริหารจัดการสถานการณ์ขึ้นมา เพื่อให้ประสานระหว่างหน่วยงานและพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ที่บ้าน รวมทั้งได้ย้ายระบบการผลิตไปอยู่โรงงานแห่งอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงทำให้สามารถดำเนินธุรกิจภายใต้สถานการณ์วิกฤติได้ ในด้านของคุณสมจินตนาฯ ได้มาเล่าถึงประสบการณ์การบริหารจัดการให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์น้ำไปได้ โดยจัดตั้งทีมงานในการดำเนินการ มีการวางแผนงานล่วงหน้าจากโดยประเมินจากนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบไปแล้ว ซึ่งจัดทำแผนรองรับความเสี่ยงในระดับต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
ดาวน์โหลดเอกสารสัมมนา "บทเรียนจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมสู่การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ" --> คลิกที่นี่
Session 2: เมื่อน้ำท่วมศูนย์กลาง Logistic ของประเทศ (ความเสียหาย ผลกระทบ แนวทางฟื้นฟู)
ได้รับเกียรติจากคุณสัมพันธ์ ศิลปะนาฏ Vice President บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด มาเป็นวิทยากรซึ่งได้กล่าวถึง ธุรกิจฮาร์ดดิสค์ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์น้ำ มีการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตไปอยู่ต่างประเทศและยังไม่ย้ายกลับมาผลิตในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลต้องพิจารณาในเรื่องนี้ว่าจะต้องดำเนินการแก้ไขหรือวางแผนอย่างไรให้นักลงทุนเหล่านี้กลับมาดำเนินการผลิตในประเทศไทย และได้ยกตัวอย่างการวางแผนการบริหารความสมดุลในเรื่อง Risk Management ของ เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำนาน 46 วัน แต่ก็ยังสามารถกลับมาทำงานได้ และยังมีผลประกอบการคงที่ เนื่องจากสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างดีเยี่ยม
Session 3: มองกลยุทธ์ด้าน IT ผ่านวิกฤตการณ์น้ำท่วมปี 2554

ได้รับเกียรติจากคุณสราวุฒิ พันธุชงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายการให้คำปรึกษา The Lecturer Consulting Plus Co., Ltd. ได้กล่าวถึงประสบการณ์การการใช้ IT กับวิกฤตการณ์น้ำที่ผ่านมา ซึ่งหากไม่มีการวางแผนระบบ IT จะทำให้องค์กรต่างที่ประสบกับวิกฤตการณ์น้ำสูญเสียข้อมูลสำคัญต่างในการดำเนินธุรกิจไปได้ ดังนั้นจะต้องมีการออกแบบระบบ IT และส่วนงานที่เป็น Back office ทั้งหมด เพื่อรองรับจากวิกฤตการณ์น้ำในอนาคตด้วย โดยหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีความชื้นหรือ การจัดตั้งสำนักงานอยู่ชั้นใต้ดิน สำนักงาน Back office ควรอยู่ชั้นสองหรือจุดที่รอดพ้นจากระดับน้ำหากเกิดวิกฤตการณ์น้ำท่วมอีก เพื่อเป็นการป้องกันในเรื่องข้อมูลสูญหาย และยังทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ด้วย นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการใช้ Cloud Computing ในอนาคตที่จะทำให้ธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องการจัดทำสถานที่จัดเก็บ Server และผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสนใจเลยว่าระบบจะทำงานอย่างไร ประกอบไปด้วยทรัพยากร (resource) อะไรบ้าง ผู้ใช้แค่ระบุความต้องการ (requirement) จากนั้นบริการ(service) ก็เพียงให้ผลลัพธ์แก่ผู้ใช้ ส่วนบริการจะไปจัดการกับทรัพยากรอย่างไรนั้นผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสนใจ สรุปได้ว่า ผู้ใช้มองเห็นเพียงบริการซึ่งทำหน้าที่เสมือนซอฟต์แวร์ที่ทำงานตามโจทย์ของผู้ใช้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับทราบถึงทรัพยากรที่แท้จริงว่ามีอะไรบ้างและถูกจัดการเช่นไร หรือไม่จำเป็นต้องทราบว่าทรัพยากรเหล่านั้นอยู่ที่ไหน
ดาวน์โหลดเอกสารสัมมนา "
มองกลยุทธ์ด้าน IT ผ่านวิกฤตการณ์น้ำท่วมปี 2554" -->
คลิกที่นี่ และ
คลิกที่นี่
Session 4: HR กับบทบาทที่มากกว่าการดูแลพนักงานในภาวะวิกฤติ และ ผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วมต่อการบริหารค่าตอบแทน

ได้รับเกียรติจากคุณอำนวย อภิชัยนันท์ Head, HR Customer Support สำนักงานการบุคคลกลาง SCG และ คุณวิศรุต รักษ์นภาพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิวแมน อินเทเลคชวล แมเนจเมนท์ จำกัด มาเป็นวิทยากรซึ่งสรุปได้ว่า ปัจจัยที่กระทบต่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในปี 2555 นี้คือ การขาดแคลนแรงงานฝีมือ การปรับค่าจ้างภาครัฐ วุฒิปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท การปรับค่าแรงขั้นต่ำ ในเดือนเมษายน เป็น 300 บาท ต่อวัน หรือปรับเพิ่ม 40% ตามเขตจังหวัด ASEAN Economic Community การบริหารความพร้อมต่อภาวะวิกฤติ และประสิทธิผลต่อการใช้กำลังพล โดยแนวโน้มการบริหารค่าตอบแทนในปี 2555 จะมีทิศทางไปในเรื่องระบบผลตอบแทนต้องสอดรับกับผลประกอบการอย่างใกล้ชิด ระบบผลตอบแทนที่ดูแล “พนักงาน” ด้วยจิตใจ พนักงานมีคุณค่าต่อองค์กรไม่เท่ากัน ผลตอบแทนที่ให้ในภาวะวิกฤติที่มีอยู่อย่างจำกัด ก็ต้องมุ่งไปที่คนที่ High Performance & High Potential People และต้นทุนแรงงาน โดยเฉพาะค่าจ้าง ผลตอบแทนมีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้น บริษัทจึงจำเป็นต้องบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ
ดาวน์โหลดเอกสารสัมมนา "
HR กับบทบาทที่มากกว่าการดูแลพนักงานในภาวะวิกฤติ และ ผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วมต่อการบริหารค่าตอบแทน" -->
คลิกที่นี่
Session 5: Financial Management in Crisis
ได้รับเกียรติจากคุณเจษฎา ช.เจริญยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มากล่าวถึง การบริหารการเงินในภาวะวิกฤต โดยในสภาพการดำเนินในภาวะวิกฤตอาจทำให้ รายได้ลด ยอดขายตก ลูกค้าหาย เมื่อสถานการณ์ปกติต้องมีการปรับแผน ปรับยุทธศาสตร์ แต่มีต้นทุนและค่าใช้จ่าย ดังนั้นการควบคุมและการบริหารค่าใช้จ่าย และการบริหารสภาพคล่องมีความจําเป็น กระแสเงิน เข้าออก ความต่างของเวลา ความรวดเร็ว ความเสี่ยง ระดับความต้องการเงินสด และ ระดับเงินสดสํารอง การประเมินและพยากรณ์ ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและถูกทาง ในด้านแนวทางในการจัดการนั้น สำหรับหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาด ควรขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดตามสถานการณ์และเร่งรัดการเก็บเงิน ในส่วนของลูกหนี้การค้า ต้องมีการเข้มงวดการเก็บเงินจากลูกหนี้มากขึ้น ลดระยะเวลาการชําระเงิน หรือ ให้ส่วนลดเงินสด
Session 6: ทำการตลาดในภาวะวิกฤติอย่างไรจึงจะเรียกว่า “พอดี”
ได้รับเกียรติจากคุณวรรณิภา ภักดีบุตร รองประธานกรรมการบริหารด้านการตลาด บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ได้มาเล่าถึงประสบการณ์การทำการตลาดในช่วงวิกฤตการณ์น้ำ ซึ่งพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป รวมทั้งทรัพยากรที่มีอยู่เปลี่ยนไป ซึ่งในช่วงวิกฤตการณ์น้ำมีองค์กรต่างๆ ใช้ช่วงเวลานี้ออก Campaign มากมายเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ โดยมีการเลือกช่วงเวลาที่ทำให้ผู้บริโภคจดจำได้ นอกจากนี้ยังมีการเลือกช่องทางในการสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้การทำการตลาดดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากที่สุด
สนับสนุนโดย
