TMA  NEWS
Thailand Management Association
ติดปีกความสามารถในการแข่งขันประเทศไทยด้วยเทคโนโลยียุคดิจิทัล Part 3

ติดปีกความสามารถในการแข่งขันประเทศไทยด้วยเทคโนโลยียุคดิจิทัล Part 3

6 สิงหาคม 2561 13:24 น.
Line
ติดปีกความสามารถในการแข่งขันประเทศไทยด้วยเทคโนโลยียุคดิจิทัล Part 3
ศ.อาร์ทูโร บริส  (Professor Arturo Bris)  ผู้อำนวยการศูนย์ IMD World Competitiveness Center บรรยายในหัวข้อ Adopting Technology for National Competitiveness ชี้ว่าในยุคดิจิทัล ภาครัฐจะมีความสำคัญอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อชีวิตผู้คน สังคม เศรษฐกิจ ต่อประเทศต่างๆในโลก ภาครัฐจะเป็นผู้นำในการที่จะต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ โดยที่ไม่ควรปิดกั้น แต่เปิดรับเทคโนโลยี เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน ตัวอย่างประเทศที่ภาครัฐมีความเข้มแข็งเช่น ฮ่องกง สวิสเซอแลนด์ สิงคโปร์ และนอรเวย์ ภาครัฐของไทยอยู่อันดับที่ 22 จาก 63 ประเทศ

บทบาทของรัฐที่สำคัญที่สุดนอกจากจะสนับสนุนให้เกิด ระบบนิเวศที่เอื้อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยี ตั้งแต่ให้ความสำคัญกับการศึกษา อุดหนุนด้านการเงิน ให้แรงจูงใจภาคเอกชน ให้สร้างนวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อให้เอกชนขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยสร้างงานในอุตสาหกรรมใหม่ๆ อย่างเช่น รัฐบาลสหรัฐให้เงินสนับสนุนมากถึง 4.9 พันล้านเหรียญแก่บริษัทของ Elon Musk เพื่อสร้างรถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า แผงโซลา และจรวด 

บทบาทที่สำคัญของรัฐยังรวมถึง สร้างกฎหมายใหม่ๆที่จะรองรับการใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินดิจิทัล, AI หรือบล็อกเชน เช่น เมื่อมีเทคโนโลยีรถไร้คนขับ รัฐต้องตัดสินใจระหว่างชีวิตของคนเดินถนนหรือคนที่อยู่ในรถ ใครมีความสำคัญกว่ากัน และเมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก สร้างระบบ monopoly ขึ้นมาเช่นใน e-commerce รัฐต้องทำลายการผูกขาดตลาดโดยใช้วิธีเก็บภาษีบริษัทเหล่านี้ โดยรัฐในยุโรปก็ได้ใช้มาตรการภาษีเพื่อแก้ปัญหานี้ 
ในยุคที่ข้อมูลมีมากมหาศาล มีความเชื่อมโยงกันทั่วโลก ภาครัฐยังต้องออกกฎหมายที่รักษาความสิทธิความเป็นส่วนตัว ระบบความปลอดภัยของข้อมูล การป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ไม่ให้เกิดขึ้น

ในเรื่องของสกุลเงินดิจิทัลก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น  มีแนวโน้มที่ประเทศต่างๆจะมีการออกเงินสกุลดิจิทัลของตัวเอง  มีการแปลงสินทรัพย์กายภาพเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลโดยวิธี asset tokenization โดยเปลี่ยนทรัพย์สิน เช่นทองคำ ฉโนด หรือหุ้นกู้ เป็นคูปอง (token) เพื่อให้มีการซื้อขายทรัพย์สินพวกนี้ได้ทางดิจิทัลอย่างปลอดภัย เพราะอานิสงค์จากเทคโนโลยี blockchain เช่นเดียว cryptocurrency รวมทั้งการแปลงเงินกระดาษให้เป็นเงินดิจิตอลทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเร็วขึ้น เงินมีค่าเพิ่มขึ้น การจับจ่ายได้สะดวก รวดเร็ว จะส่งผลทำให้ประเทศมีเศรษฐกิจเฟื่องฟูมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

สิ่งที่จะทำให้ประเทศประสบความสำเร็จในกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีคือ ความเป็นผู้นำทางการเมือง ผู้นำจะต้องยอมรับ และเข้าใจความสำคัญของเทคโนโลยี ส่วนประชาชนก็ต้องมีทัศนคติที่ดีต่อเทคโนโลยี

นอกจากนี้เทคโนโลยีบล็อกเชน จะเข้ามา Disrupt วงการต่างๆ อย่างคาดไม่ถึง ทั้งธุรกิจของภาคเอกชน และงานบริการสาธารณะของรัฐ ประชาชนจะติดต่องานกับภาครัฐ โดยผ่านทางคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนของตัวเอง บทบาทของคนกลางในวงการธุรกิจต่างๆ จะหายไป เช่นโบรกเกอร์ นายหน้า บริษัทรับจ่ายเงิน นอกจากนี้เทคโนโลยีที่กำลังมาแรงในเอเชียคือ Fintech และ Insuretech ประเทศไหนมีกฎหมายที่ดีสามารถดูแลระบบและเทคโนโลยีเหล่านี้ จะเป็นผู้ชนะในภาคธุรกิจนี้

Mega trend อีกเรื่องคือแนวโน้มการเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-government อย่างเช่น เอสโตเนียก็ได้ปรับตัวเป็นประเทศดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ เช่นที่เอสโตเนีย มีการทำติดต่องานของภาครัฐในรูปแบบออนไลน์ดิจิทัล บริการภาครัฐทุกอย่าง ธุรกรรมธนาคาร ทำผ่านระบบออนไลน์ ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการประเทศ
สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย TMA ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี
หากคุณยังคงใช้งานบนเว็บไซต์ เราถือว่าคุณยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ ( Cookie Policy )