TMA  NEWS
Thailand Management Association
ต้องเริ่มที่ “คน” เปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล

ต้องเริ่มที่ “คน” เปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล

24 สิงหาคม 2561 10:45 น.
Line
ต้องเริ่มที่ “คน” เปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล
ต้องเริ่มที่ “คน” เปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล 
เขียนโดย ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง
เรียบเรียงโดย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย TMA
 
ปัจจุบันนี้ เรื่องการเปลี่ยนองค์กรเข้าสู่ยุคดิจิทัล หรือ Digital Transformation ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป เพราะ “โมเดลธุรกิจ” ในปัจจุบันนั้นได้ถูก “Disrupt” ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ไปเกือบทุกอุตสาหกรรมแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่า กลุ่มธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทัน ก็จะเริ่มล้มหายตายจากกันไป ส่วนพวกที่ยังไม่ตาย ก็อาการร่อแร่ ประคับประคองตัวเท่านั้น
 
เรียกได้ว่า ตอนนี้ทุกองค์กรธุรกิจอยู่บนทาง 2 แพร่ง คือ ทางหนึ่งมุ่งหน้าไปดิจิทัล อีกเส้นทางก็คือ กลับบ้านเก่า ดังจะเห็นว่า ในเวลานี้องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่เลือกที่จะเปลี่ยนแปลง และเริ่มมีการลดขนาดเพื่อขยับตัวเองเข้าสู่ยุคใหม่ที่งานบางประเภทถูกคอมพิวเตอร์ทำงานแทนคน ดังจะเห็นจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ที่ส่งสัญญาณปรับตัวก่อนใคร
 
อย่างไรก็ดี การทำ Digital Transformation ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แค่เพียงปรับใช้เครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่แล้วองค์กรจะกลายเป็นธุรกิจดิจิทัลยุคใหม่เลย ซึ่งการเปลี่ยนผ่านจริง ๆ ต้องการมากกว่านั้น ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ และต้องเปลี่ยนแปลงไปถึงระดับ “โมเดลธุรกิจ” ซึ่งเป็น “ราก” หรือ “แก่น” ของธุรกิจเลยทีเดียว แน่นอนว่าการปรับแบบนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบขององค์กรธุรกิจ ซึ่งทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วม และมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน มองเห็นอนาคต และรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน
 
ดังนั้น การจะประสบความสำเร็จในการสร้างองค์กรธุรกิจดิจิทัล สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เจ้าของ ผู้บริหาร หรือเครื่องมือ แต่เป็น “คน” หรือ “บุคลากร” ในองค์กรต่างหาก ที่จะต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะต้องเปลี่ยนทัศนคติ และเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ ทำลายรูปแบบการทำงานแบบเดิม ๆ
 
จะเห็นได้ว่าจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงขององค์กรนั้นเป็นเรื่องที่ยาก เพราะจะมีข้อจำกัดในเรื่องของบุคลากรที่ขาดแคลนความรู้หรือตามไม่ทันเทคโนโลยี รวมถึงในแง่ของค่านิยมองค์กรที่ค่อนข้างเป็นระบบปิด
 
ดังนั้นการมุ่งหน้าสู่โลกดิจิทัลนั้น “ต้องลืมอดีต” เรื่องนี้สำคัญที่สุด เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า อนาคตในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จะต้องพบเจอกับอะไร ซึ่งสิ่งที่ควรจะต้องเริ่มต้นอันดับแรก ก็คือองค์กรจะต้องเปลี่ยนทัศนคติ และต้องสร้างวัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมขององค์กรใหม่ เน้นการสร้างองค์กรแบบเปิดที่พร้อมจะเริ่มต้นทดลองทำอะไรใหม่ ๆ ถ้าเป็นบริษัทใหญ่เปลี่ยนแปลงยาก อาจจะเริ่มต้นด้วยการตั้งแผนกเล็ก ๆ สำหรับทดลองสร้างนวัตกรรม สินค้า และบริการใหม่ ๆ ออกมา สร้างเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ และทดลองกับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เพื่อรับความคิดเห็นจากลูกค้าเร็วขึ้น ก็จะช่วยลดเวลา บุคลากร ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงได้มาก หรือถ้ามีเงินลงทุนสูง ก็อาจจะทำเหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกที่มองหาธุรกิจสตาร์ทอัพไฟแรง นำไอเดียมาสร้างแผนธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง
 
ยกตัวอย่างเช่น เครือดุสิตธานี เชนโรงแรมชื่อดังของไทย ก็ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน จากแอปพลิเคชั่นแชร์ที่พัก อย่าง AirBNB ซึ่งทำให้ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบ แต่ทางผู้บริหารในเครือก็ไม่ได้ยอมแพ้ คิดและหาโมเดลใหม่ ๆ ต่อยอดจากจุดแข็งของตัวเอง โดยเฉพาะพนักงานทำความสะอาด และแม่บ้านที่ดูแลห้องพัก ทางเครือก็มีแผนที่จะเปิดเทคโนโลยีเช่าแม่บ้านสำหรับการทำความสะอาดที่อยู่อาศัย ซึ่งถือเป็นโมเดลที่วิน-วิน เพราะ 1. แม่บ้านในเครือมีคุณภาพสูง 2. โรงแรมสามารถหารายได้เพิ่ม และเพิ่มรายได้ให้กับแม่บ้าน 3. ลูกค้าได้รับบริการที่ดีด้วยคุณภาพของดุสิตธานี นี่คือตัวอย่างจากองค์กรใหญ่ที่เริ่มปรับตัวกัน
 
แต่จะทำอย่างไรที่จะช่วยให้บุคลากรทั้งองค์กรยอมปรับตัวเข้ากับโลกการแข่งขันยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าที่มีความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน นี่คือโจทย์ที่ยากสำหรับทุกองค์กร
 
สำหรับองค์กรที่มองเห็นถึงความจำเป็นในการปรับตัวองค์กรสู่ยุคดิจิทัล มีแนวทางดำเนินการดังนี้
1. ผู้บริหารขององค์กรจะต้องวางโรดแมปเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนในองค์กรพร้อมยอมรับในการปฏิบัติงานในแผนงานนี้ ที่สำคัญโครงสร้างขององค์กรจะต้องมีอิสระ และเปิดรับความร่วมมือภายนอกมากขึ้น
2. เก็บข้อมูล ในยุคดิจิทัล “ข้อมูล” คือ “สินทรัพย์” และ Big Data เป็นสิ่งจำเป็นขององค์กร เพื่อที่จะใช้ข้อมูลมาประเมินผล และสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้ามากที่สุด เรื่องของ “ข้อมูล” ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างองค์กรดิจิทัลยุคใหม่
3. ตามติดกระแส มีองค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งพยายามมอบหมายให้พนักงานของตัวเองเข้ามาติดตามทิศทางของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ เพื่อที่จะทราบว่าอะไรเป็นเทรนด์ที่ดึงดูดใจลูกค้าในเวลานี้ เพื่อใช้ข้อมูลเหล่านี้มาเป็น “ข้อมูลอินไซด์” ในการสร้างนวัตกรรมสินค้าที่ดึงดูด
4. สิ่งสำคัญที่สุด คือ การลงทุนในเรื่องการสร้างการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างองค์กรใหญ่ เช่น ลอรีอัล ก็มีการสร้างโปรแกรมอบรม เพิ่มความรู้ให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รู้เท่าทันเทคโนโลยี และปรับตัวใช้เครื่องมือสมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
 
ถึงเวลาแล้วที่ทุกองค์กรจะต้องมองเรื่องการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ควรเตรียมความพร้อมแต่เนิ่น ๆ อย่าปล่อยให้ต้องถูกบังคับให้เปลี่ยน ซึ่งหากถึงเวลานั้น บอกได้เลยว่าองค์กรของท่านนั้นจะล้าหลังคู่แข่งที่ก้าวนำไปไกลแล้ว
 
ที่มา : นิตยสาร TMA Vol.8 Issue 29 Apr - Jun 2018

ดาวน์โหลดนิตยสารฉบับเต็มได้ที่ https://www.tma.or.th/2016/news_detail.php?id=288
 
 
 
 
สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย TMA ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี
หากคุณยังคงใช้งานบนเว็บไซต์ เราถือว่าคุณยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ ( Cookie Policy )