TMA  NEWS
Thailand Management Association
TMA ครบรอบ 55 ปี ตอกย้ำการยกระดับความสามารถการแข่งขัน

TMA ครบรอบ 55 ปี ตอกย้ำการยกระดับความสามารถการแข่งขัน

14 สิงหาคม 2562 16:59 น.
Line
TMA ครบรอบ 55 ปี ตอกย้ำการยกระดับความสามารถการแข่งขัน
TMA ครบรอบ 55 ปี ตอกย้ำการยกระดับความสามารถการแข่งขัน
 
TMA ได้จัดงานฉลองครบรอบ 55 ปี ขึ้นในระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม 2562 โดยได้จัดกิจกรรมขึ้น 3 กิจกรรม อันประกอบด้วย TMA Top Talk, Leaders Forum และ Thailand Management Day ซึ่งทั้ง 3 กิจกรรมนี้ TMA ได้รับเกียรติจากวิทยากร ผู้บริหารจากองค์กรและสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ มุมมอง และแนวความคิดในด้านต่างๆ 
 
TMA Top Talk ที่จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Design with a Purpose” โดย TMA ได้รับเกียรติจาก Professor Dr. Barry Katz, IDEO fellow, consulting Professor of mechanical Engineering, Stanford University จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มาบรรยายให้ฟังว่าออกแบบอันล้ำสมัยที่ฉีกแนวคิดเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิงเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบระบบการศึกษาที่ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีความทันสมัย การออกแบบระบบการเมืองการปกครองที่รวมถึงการออกแบบที่เอื้อต่อการใช้สิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย เช่น วิธีการ ขั้นตอน รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ในการเลือกตั้งก็จะต้องออกแบบให้เข้าถึงประชาชนมีความสะดวกในการใช้สิทธิ์ของตนเองได้มากที่สุด 
 
นอกจากนั้น การออกแบบเมืองก็จะต้องคำนึงถึงวิถีชีวิตและความต้องการของผู้คนที่อยู่อาศัยในเมืองนั้นๆ เป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องออกแบบให้ผู้คนมีความสะดวกในการเดินทางการ ขนย้ายสิ่งของต่างๆ หรือแม้แต่การจับจ่ายใช้สอย  สำหรับการออกแบบทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเช่น การออกแบบปัญญาประดิษฐ์ เราก็จะต้องใช้แนวคิดการออกแบบที่คำนึงถึงความต้องการของมนุษบ์เป็นหลักและควบคุมดูแลออกแบบปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ก่อนที่มันจะพัฒนาตัวเองจนกระทั่งมาออกแบบการใช้ชีวิตของมนุษย์ ฉะนั้น มนุษย์จึงต้องออกแบบชีวิตของตนเองว่าต้องการใช้ชีวิตอย่างไร ซึ่งในปัจจุบันยังมีการออกแบบแม้กระทั่งการตายว่าเราต้องการที่จะตายอย่างไรอีกด้วย ทั้งนี้ การออกแบบที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การออกแบบอนาคต ซึ่งเราควรออกแบบอนาคตที่เน้นการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่จะสามารถช่วยสร้างความยั่งยืนของโลกใบนี้ได้ต่อไปด้วย
 
ในส่วนของกิจกรรม Leaders Forum ในหัวข้อ "The New Competitiveness Agenda: Designing a Compatible Future for All" TMA ได้รับเกียรติจาก Professor Stephane Garelli, Founder of IMD World Competitiveness center ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Mr.Martin Wezowski, Chief designer & futurist and Chief innovation office, SAP's Innovation center network ประเทศเยอรมนี และ Professor Dr. Barry Katz
 
Professor Stephane Garelli กล่าวว่า จุดมุ่งหมายสูงสุดของบริษัทชั้นนำระดับโลกจะไม่ใช่เรื่องของการทำกำไรอีกต่อไปแล้ว ดังนั้น จึงต้องกลับมาคิดว่าโมเดลทางธุรกิจต่อไปของแต่ละบริษัทควรจะเป็นอย่างไร โดยบริษัทด้านเทคโนโลยีจะมีอิทธิพลสร้างผลกระทบต่อภาพรวมทั้งโลกมากขึ้น และเกิดเป็นคำถามเกี่ยวกับ mindset ที่ต้องปรับปรุง เพราะคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการบริโภคอย่างรวดเร็ว ธุรกิจจึงต้องกลับมาคิดทบทวนเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินธุรกิจและศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคใหม่
 
Mr. Martin Wezowski ย้ำว่าไม่มีใครรู้ถึงโลกในอนาคตได้ ดังนั้นการเตรียมตัวหรือรับมือกับอนาคต ธุรกิจควรเริ่มจากการปรับวิธีการตั้งคำถามใหม่ โดยตั้ง “ความหวัง” ที่ต้องการอยากจะเห็น เพื่อใช้เป็นตัวชี้นำให้เห็นทิศทางที่ต้องการจะไปในอนาคต และใช้ “จินตนาการ” ในการปรับกระบวนการคิดและวิธีการดำเนินชีวิตในอนาคต ในการวาดภาพอนาคตที่ต้องการจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกระดับ จึงมีความจำเป็นที่ต้องดึงประชาชนในทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการระดมความคิด ยิ่งมีความหลากหลายมากเท่าไหร่ จะยิ่งช่วยให้เกิดไอเดียใหม่เพิ่มมากขึ้น และค่อยๆ หาวิธีลงมือทำให้เกิดขึ้นทีละจุดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และเชื่อมโยงจุดเหล่านั้นให้เป็นเส้นทางที่ต้องการ 
 
ในแง่การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) Mr. Martin มองว่าการทำงานร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่ายจะเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ทั้งการนำ Machine learning และ AI มาช่วยในการทำงานที่มีลักษณะเป็นรูทีนหรืองานที่มนุษย์อาจตรวจสอบได้ไม่ทั่วถึง โดยในแง่ของการใช้พลังงาน แม้ว่าในช่วงแรกการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นอาจบริโภคพลังงานมากกว่า แต่จะค่อยๆ ลดลงไปตามลำดับ 
 
ในตอนท้าย Mr. Martin ย้ำว่าเทคโนโลยีต่างๆ จะทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ในนานกว่าเดิม ดังนั้น การแสวงหาคุณค่าใหม่ๆ ร่วมกันถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยจำเป็นต้องเปิดให้มีพื้นที่ที่เอื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางความคิด เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในคุณค่าที่สังคมยึดถือและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตในอนาคต และต้องผลักดันให้เกิดเป็นพันธะสัญญาทางสังคมขึ้นมา 
 
ขณะที่ Professor Dr. Barry M. Katz มองว่ามีเหตุการณ์ที่กระทบต่อเศรษฐกิจที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญ  ได้แก่ 1) สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เกิดขึ้น ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ยังไม่สิ้นสุด โดยเหตุการณ์นี้ ได้สร้างผลกระทบไปทั่วโลก 2) ความโปร่งใสทางการเมือง ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและทำความเข้าใจกับการตัดสินใจของรัฐบาลมากขึ้น ซึ่งจะทำให้รัฐบาลไม่สามารถดำเนินนโยบายได้อย่างเป็นอิสระ และ 3) ความย้อนแย้งของการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเพื่อแลกกับการได้รับการดูแลที่มากขึ้น โดยทั้ง  3 ประเด็นล้วนเป็นสิ่งที่องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องคำนึงถึงไว้เป็นลำดับต้นๆ ในการวางกลยุทธ์องค์กรเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
 
Professor Dr. Barry ให้แง่มุมของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ย่อมก่อให้เกิด “ผู้แพ้” ในสังคม หรือเป็นกลุ่มคนที่ถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ในการทำงาน ฉะนั้นธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม และพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กรให้มีทักษะที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยี นอกจากนี้ธุรกิจยังต้องตรวจสอบสถานะการใช้พลังงานของเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเห็นว่าเริ่มมีการนำ feedback ของการใช้พลังงานมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งในเรื่องรถยนต์แบบไร้คนขับที่อาจนำมาใช้กับการขนส่งสาธารณะแทนที่รถยนต์ส่วนบุคคล
 
ตลอดระยะเวลา 55 ปี TMA มุ่งเน้นให้ความสำคัญด้านการพัฒนาทักษะผู้นำ การบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อเตรียมพร้อมให้องค์กรไทยสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รวมถึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดความร่วมมือทุกภาคส่วนในการช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย TMA ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี
หากคุณยังคงใช้งานบนเว็บไซต์ เราถือว่าคุณยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ ( Cookie Policy )