TMA  NEWS
Thailand Management Association
ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ประจำปี 2563

ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ประจำปี 2563

1 ตุลาคม 2563 15:04 น.
Line
ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ประจำปี 2563
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ประจำปี 2563
TMA เผยผลการจัดอันดับด้านดิจิทัลโดย IMD ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 39

 
กรุงเทพฯ , 1 ตุลาคม 2563 – สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) เผยผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศจาก World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2563 โดยประเทศไทยมีอันดับที่ดีขึ้น 1 อันดับจากปี 2562 มาอยู่ในอันดับที่ 39 จาก 63 เขตเศรษฐกิจในปีนี้ ถึงแม้ว่าจะมีคะแนนสุทธิลดลงจาก 68.43 ในปี 2562 มาเป็น 64.26 จากคะแนนเต็ม 100 ในปี 2563  ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมของ 63 เขตเศรษฐกิจที่มีคะแนนเฉลี่ยลดลงจาก 74.84 เหลือเพียง 69.9 ในปีนี้
เมื่อพิจารณาผลการจัดอันดับของไทยในปัจจัยหลัก 3 ด้าน พบว่ามีผลการจัดอันดับดีขึ้น 2 ด้านเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2562 ประกอบด้วยด้านเทคโนโลยี (Technology) ซึ่งดีขึ้น 5 อันดับ จากอันดับที่ 27 มาอยู่ที่อันดับ 22 และด้านความพร้อมในอนาคต (Future readiness) ที่ดีขึ้น 5 อันดับ จากอันดับที่ 50 มาอยู่ที่อันดับ 45 ในขณะที่ด้านความรู้ดิจิทัล (Knowledge) มีอันดับคงที่อยู่ที่อันดับ 43
ในระดับอาเซียน IMD มีการจัดอันดับเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้รวม 5 เขตเศรษฐกิจ โดยสิงคโปร์ยังคงเป็นผู้นำที่อยู่ในอันดับที่ 2 จากทั้งหมด 63 เขตเศรษฐกิจ ในขณะที่มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 26 ส่วนอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับที่ 56 และ 57 ตามลำดับ   
เมื่อมองภาพรวมในระดับโลก เขตเศรษฐกิจที่มีอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลสูงที่สุด 5 อันดับแรกในปี 2563  ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 1 และ 2 ต่อเนื่องจากปี 2562 ตามลำดับ รองลงมาได้แก่ อันดับ 3 เดนมาร์ก  อันดับ 4 สวีเดน และอันดับ 5 ฮ่องกง ซึ่งเมื่อพิจารณาเขตเศรษฐกิจที่มีความสามารถในการ
แข่งขันด้านดิจิทัลสูงสุด 10 อันดับแรกพบว่ามีถึง 8 เขตเศรษฐกิจที่อยู่ในกลุ่มที่มีอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (National Competitiveness Ranking) สูงสุด 10 อันดับแรกด้วยเช่นกัน
ต่อประเด็นนี้ นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ตั้งข้อสังเกตว่า “เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะความสามารถทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเฉพาะดิจิทัล เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของทั้งรัฐและเอกชน ภายใต้สภาพแวดล้อมใหม่ของโลก เขตเศรษฐกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ที่มีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั้งระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง และระหว่างรัฐกับเอกชน และมีกำลังคนที่มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีจะมีศักยภาพนำการแข่งขันในยุคต่อจากนี้ไป” ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ IMD ที่ระบุว่า เขตเศรษฐกิจที่อยู่ในอันดับสูงสุดของการจัดอันดับมีลักษณะร่วมกันอยู่ 3 ประการคือ ความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งต้องอาศัยกำลังคนที่มีความสามารถในด้านนี้ และการมีกรอบของกฎระเบียบที่มีประสิทธิผล รวมถึงความรวดเร็วในการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์
เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของผลการจัดอันดับดังกล่าวพบว่า ประเด็นที่ประเทศไทยยังคงต้องให้ความสำคัญคือ การพัฒนาคน ดังจะเห็นได้จากตัวชี้วัดในด้านความรู้ ที่ผลการประเมิน PISA ด้านคณิตศาสตร์ (Education Assessment PISA – Math) อยู่ในอันดับที่ 48 ความชำนาญในการใช้ดิจิทัลและเทคโนโลยีที่อยู่ในอันดับที่ 45 และงบประมาณด้านการศึกษา และอัตราส่วนครูต่อนักเรียนในการศึกษาขั้นสูง (tertiary education) ที่อยู่ในอันดับที่ 58 และ 54 ตามลำดับ นอกจากนั้น การจ้างงานในสาขาวิทยาศาสตร์และทางด้านเทคนิคยังคงอยู่ในอันดับที่ 54 ในขณะที่ในด้านเทคโนโลยี ประเด็นที่ต้องพิจารณาได้แก่ ด้านสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่อยู่ในอันดับที่ 44 และจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่อยู่ในอันดับที่ 54 ส่วนด้านความพร้อมในอนาคตได้แก่ จำนวนการใช้แท็บเล็ต และการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์ ที่อยู่ในอันดับที่ 58 และ 56 ตามลำดับ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้นใหม่ในปีนี้ 1 ตัวชี้วัด ที่อยู่ภายใต้ปัจจัยด้านความพร้อมในอนาคต (Future readiness) ในส่วนที่เกี่ยวกับความคล่องตัวทางธุรกิจ (Business agility) คือ  “Entrepreneurial fear of failure” ซึ่งเป็นการวัดร้อยละของประชากรวัย 18-64 ปี ที่มองเห็นโอกาสอันดีที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจ แต่ระบุว่าการกลัวความล้มเหลว (Fear of failure) ทำให้ไม่กล้าจัดตั้งธุรกิจ โดยใช้ข้อมูลจาก Global Entrepreneurship Monitor (GEM) ในการจัดอันดับ ซึ่งประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับตัวชี้วัดใหม่นี้อยู่ในอันดับ 53 ถือว่าค่อนข้างรั้งท้าย ซึ่งเป็นประเด็นด้านทัศนคติและคุณสมบัติในการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการปลูกฝังและพัฒนาให้เกิดขึ้น
“ผมคิดว่าประเทศไทยมีฐานที่ดีในด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการผลิต แต่ประเด็นปัญหาของเราในขณะนี้คือเรื่อง productivity ที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำในเกือบทุกภาคการผลิต ดังนั้น ถ้าหากเราเร่งรัดให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้เพื่อให้มี productivity สูงขึ้น จะส่งผลกระทบที่ดีต่อทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญเร่งด่วนของเราคือ การสร้าง ecosystem ที่สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมไปกับการสร้างคนที่สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ ที่ต้องให้ความสำคัญทั้งด้านที่เป็นความรู้และทัศนคติ ที่ต้องมีความใฝ่รู้และเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ซึ่งประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นที่ TMA ให้ความสำคัญและมีการดำเนินกิจกรรมที่จะช่วยสร้างศักยภาพในด้านนี้ให้กับภาคธุรกิจไทยทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคล” คุณธีรนันท์กล่าวทิ้งท้าย
 
*************************************
เกี่ยวกับสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)
TMA เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการสร้างเสริมความเป็นเลิศของผู้บริหาร เพื่อมุ่งสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยมีความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและในระดับโลก อาทิเช่น International Institute for Management Development-Switzerland (IMD) ในการทำการสำรวจขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย  หรือความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยระดับ Ivy League ในอเมริกาและทีมผู้เชี่ยวชาญจากซิลิคอนวัลเลย์ในการฝึกอบรมพัฒนาผู้บริหาร รวมถึงความร่วมมือกับวิทยากรชั้นนำในประเทศไทยในการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารในรูปแบบต่างๆ  นอกจากนี้ TMA ยังให้บริการที่ปรึกษา บริการทำงานวิจัย และจัดการประชุมระดับนานาชาติ และทำกิจกรรมเพื่อสร้างเครือข่ายสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชน โดยนับตั้งแต่องค์กรก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2507 มีผู้ใช้บริการเพื่อการพัฒนากับ TMA มาแล้วมากกว่า 350,000 คน
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ :
คุณนุสติ คณีกุล ผู้จัดการอาวุโส ศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน TMA (TMA Center for Competitiveness)    เบอร์โทร. 023197677 ต่อ 144, E-mail : nussati@tma.or.th
คุณทศนันท์ ปรีรติภูมิเศรษฐ ผู้จัดการ ศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน TMA (TMA Center for Competitiveness)    เบอร์โทร. 023197677 ต่อ 277 , E-mail : tossanun@tma.or.th
สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย TMA ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดี
หากคุณยังคงใช้งานบนเว็บไซต์ เราถือว่าคุณยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ ( Cookie Policy )