
Success Story Sharing

บทความจากจากการสัมมนา Beyond the Ranking – Strategic Imperatives For Thailand’s Digital Future เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ โรงแรมดิแอทธินี กรุงเทพ ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการการสื่อสารเพื่อสนับสนุนการยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย (Driving a Nation Towards World Digital Competitiveness) เพื่อสื่อสารและสนับสนุนการยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุน และยกระดับประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศในเวทีโลก โดยโครงการนี้ดำเนินการร่วมกันระหว่าง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) และสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)
การอภิปรายในหัวข้อดังกล่าวได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ AI Transformation ของแต่ละองค์กร ตั้งแต่แนวคิดจนถึงการเดินทางผ่านความท้าทายเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ โดยมุ่งหวังการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินกิจการ ทั้งนี้ ในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอุบัติใหม่ การทำ Digital Transformation (DT) ที่เคยพูดถึงกันมานับทศวรรษได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปสู่บริบทที่เข้มข้นขึ้น ปัจจุบันเรื่องของ AI ไม่ได้เป็นเพียงการพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) อีกต่อไป แต่มันคือการวิ่งสุดชีวิตในคลื่นลูกใหม่เพื่อความอยู่รอด (Survivor Matter) บทความนี้จะถอดรหัสกลยุทธ์จากวงเสวนาของผู้นำธุรกิจ 3 ระดับ เพื่อเป็นเข็มทิศให้กับองค์กรไทยในการปรับตัว ซึ่งแต่ละองค์กรมียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนแตกต่างกัน ดังนี้
1. Unilever: ยกระดับสู่ Agentic AI และการสร้างองค์กรแห่งปัญญา - Unilever Thailand ในฐานะตัวแทนองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ ได้ข้ามผ่านยุคการใช้งาน AI เพียงแค่การพิมพ์คำสั่ง (Prompt) ไปสู่การเป็น "Agentic AI" ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนแขนขาและทำงานแบบอัตโนมัติ (Automated) เพื่อเป้าหมายในการเป็นองค์กรแห่งปัญญาที่ใช้ข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
· R&D Transformation: AI ช่วยลดระยะเวลาการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเดิมที่อาจยาวนานถึง 10 ปี เช่น การใช้ AI ดึงรหัสสีระดับไอคอนิกของแบรนด์ Hourglass หรือการใช้ "คนอร์" จำลองวิธีการลดความเค็มแทนการต้มซุปจริงนับพันหม้อ
· Creative Ads at Scale: การใช้ AI สร้างโฆษณาที่ปรับเปลี่ยนตามกลุ่มเป้าหมาย (Personalized Assets) จาก Footage หลักเพียงไม่กี่ชุด ให้กลายเป็น Asset หลากหลายรูปแบบตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล
· Balance of Values: แม้เทคโนโลยีจะก้าวล้ำ แต่การรักษาคุณค่าหลัก (Core Value) ยังสำคัญ เช่น แบรนด์ Dove ที่ยังเลือกใช้ "คนจริง" เพื่อรักษาจุดยืนเรื่องความงามที่แท้จริง ท่ามกลางยุคที่ AI สร้างภาพที่สมบูรณ์แบบจนเกินจริง
2. KBANK: การแก้ปมปัญหาเชิงโครงสร้างและ Talent Gap - ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) สะท้อนมุมมองในฐานะองค์กรเศรษฐกิจระดับมหภาคว่า อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของการก้าวสู่ยุค AI ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี แต่คือ "คน" และ "ทักษะ"
· วิกฤตแรงงานดิจิทัล: ประเทศไทยมีผู้จบสาย STEM เพียง 4% และในจำนวนนั้นกว่า 60% ทำงานไม่ตรงสาย แม้องค์กรจะตื่นตัวในการจ้างงาน แต่กลับมีช่องว่าง (Gap) เนื่องจากใบปริญญาหรือประกาศนียบัตรทั่วไปอาจไม่สามารถรับรองความสามารถในการทำงานจริงได้
· SKILLKAMP: การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้: KBANK จึงพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อจับคู่ทักษะ (Skill Matching) โดยรวบรวมหลักสูตรและจัดสอบวัดระดับมาตรฐานเพื่อให้คนทำงานมี Career Path ที่ชัดเจนขึ้น โดยเน้นย้ำว่า AI สำหรับการทำงานนั้น ไม่ใช่การสอนเขียน Code แต่คือการสอน Logic Flow และความเข้าใจใน Domain Expert
· Data คือรากฐานของความมั่นคง: AI จะไร้ความหมายหากไม่มีการบริหารจัดการข้อมูลที่ดี องค์กรต้องรู้ว่าข้อมูลไหนสำคัญและต้องเก็บ ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักด้าน Cybersecurity เนื่องจากความเสี่ยงส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักเกิดจากตัวบุคคลที่ถูกหลอกลวงผ่านช่องทางดิจิทัล
3. GP Mobility: บทเรียนความสำเร็จของ SMEs ด้วย Kaizen AI - ตัวแทนจากภาค SMEs พิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถทำ AI Transformation ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเริ่มจาก "คน" และ "วัฒนธรรม"
· JOT AI Assistant: พัฒนา AI Agent ของตนเองเพื่อแก้ Pain Point ของลูกค้า B2B ที่ติดต่อผ่าน LINE กว่า 800 รายต่อวัน ระบบสามารถเช็คสต็อกสินค้า แนะนำเบอร์อะไหล่ทดแทน และตอบกลับได้ทันทีแบบ 24/7 ซึ่งช่วยลดภาระงานซ้ำซากของพนักงานได้อย่างมหาศาล
· Leader as Culture: การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ เบอร์ 1 ขององค์กรต้องลงไปเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อให้เห็นขีดจำกัดและโอกาส เมื่อผู้นำเข้าใจ วัฒนธรรมองค์กรจะค่อยๆ เปลี่ยนตาม
· การบริหารจัดการแรงต้าน: GP Mobility ใช้วิธีเปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นเกม (Gamification) และฝังทีม Tech เข้าไปในแต่ละแผนกเพื่อให้พนักงานเห็นว่า AI คือตัวช่วยปลดล็อกเวลา (Unlock Time) ให้พนักงานมีเวลาไปพัฒนาผลงานสร้างสรรค์ ไม่ใช่การเพิ่มภาระงาน
ผู้นำจึงต้องให้ความสำคัญกับ AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จเริ่มต้นจากบนลงล่าง (tone at the top) มีความเข้าใจอย่างถูกต้องว่าการใช้งาน AI เป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ในขั้นตอนดำเนินงานของธุรกิจ และจำเป็นต้องมีฐานข้อมูลคุณภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานพนักงาน เมื่อเผชิญสังคมสูงวัย ในยุค Super Aging Society องค์กรต้องสร้างแรงจูงใจให้พนักงานพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการแก้โจทย์เล็กๆ ในงานประจำวัน ท้ายที่สุด AI คือโอกาสที่พึงคว้าไว้เพื่อสร้างคุณค่าใหม่บน Supply Chain ของโลก หากองค์กรสามารถผสาน "เทคโนโลยีที่ทรงพลัง" เข้ากับ "มนุษย์ที่มีความคิดสร้างสรรค์" ได้อย่างลงตัว ประเทศไทยก็จะสามารถยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งในเวทีการแข่งขันระดับสากล"
..................................................................................