top of page
ก้าวต่อไปของ ‘วินด์ชิลล์’ ผู้นำนวัตกรรมควบคุมการติดเชื้อทางอากาศมาตรฐานโลก  
สู่ธุรกิจยั่งยืนและโดดเด่นแห่งปี 2026
ก้าวต่อไปของ ‘วินด์ชิลล์’ ผู้นำนวัตกรรมควบคุมการติดเชื้อทางอากาศมาตรฐานโลก
สู่ธุรกิจยั่งยืนและโดดเด่นแห่งปี 2026


โรคระบาดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นหลายครั้งตามประวัติศาสตร์โลก เป็นวิกฤตร้ายแรงที่สร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินชนิดที่ประเมินค่าไม่ได้ ที่ใกล้ตัวก็เช่นสถานการณ์โควิดระบาดอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นโรคติดเชื้อที่แพร่กระจายในอากาศได้ และนวัตกรรมที่ช่วยลดหรือควบคุมความเสี่ยงในเรื่องนี้ได้ คือ นวัตกรรมควบคุมการติดเชื้อทางอากาศ


หลายคนอาจไม่ทราบว่า มีธุรกิจ SME ไทยที่ให้บริการนวัตกรรมควบคุมการติดเชื้อทางอากาศและได้รับมาตรฐานระดับโลก นั่นคือ บริษัท วินด์ชิลล์ จำกัด ซึ่งก่อตั้งโดย คุณวรเสน ลีวัฒนกิจ และ คุณเผชิญ แสงบุษราคัม ในปี 2545 และเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการใช้ ‘นวัตกรรมและข้อมูล’ ในการขับเคลื่อนธุรกิจ และล่าสุดคว้ารางวัล SMEs Excellence Awards 2025 ประเภทธุรกิจบริการ จากสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรางวัลพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาครอง เป็นการตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์และบริการในอุตสาหกรรมที่รองรับตลาดด้านการดูแลสุขภาพ


วินด์ชิลล์ ธุรกิจที่เริ่มต้นด้วย ‘มาตรฐานสากล’


บริษัท วินด์ชิลล์ จำกัด ดำเนินธุรกิจหลักในด้านการออกแบบ ติดตั้ง และบริการบำรุงรักษาห้องปลอดเชื้อ (Cleanroom) รวมถึงระบบป้องกันการติดเชื้อทางอากาศ (Airborne Infection Control) จุดเริ่มต้นที่สำคัญเกิดจากการเล็งเห็นความสำคัญของ ‘คุณภาพอากาศ’ โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ส่งจดหมายปนเปื้อนเชื้อแอนแทรกซ์ (Anthrax) ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้โลกตื่นตัวเรื่องการติดเชื้อทางอากาศอย่างมาก


ณ เวลานั้น วินด์ชิลล์ โดยคุณวรเสนและทีมงาน เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างมาตรฐาน American Society of Heating, Refrigerating and Air Conditioning Engineers หรือ ASHRAE 170 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการจัดการการติดเชื้อทางอากาศ และได้เป็นคนไทยกลุ่มแรก (Non-US Team) ที่มีความรู้ความสามารถด้านการจัดการการติดเชื้อทางอากาศ จนได้รับการยอมรับและได้รับการรับรองระดับ Professional จากสหรัฐอเมริกา และสำหรับปัจจุบัน คุณวรเสนยังดำรงตำแหน่ง Voting Member ของสมาคม ซึ่งมีเพียง 6 คนในประเทศไทย ส่งผลให้วินด์ชิลล์เห็นเทรนด์นวัตกรรมล่วงหน้าและสามารถปรับตัวเพื่อรองรับมาตรฐานโลกในอีก 5-10 ปีข้างหน้าได้ก่อนใคร


ลงทุนใน R&D ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย และสร้างความไว้วางใจ คือหัวใจของการเติบโต


หัวใจสำคัญที่ทำให้วินด์ชิลล์เติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20% อย่างต่อเนื่องตลอด 2 ทศวรรษ คือ การลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยบริษัทจัดสรรงบประมาณสูงถึง 10% ของรายได้รวมทุกปีเพื่อพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี เนื่องจากผลิตภัณฑ์และบริการของวินด์ชิลล์ใช้เทคโนโลยีเฉพาะทาง ผู้พัฒนาและผู้ใช้งานจึงต้องมีความเข้าใจในสินค้า สามารถใช้งานหรือถ่ายทอดความรู้ต่อ ตลอดจนการดูแลและซ่อมบำรุง ซึ่งเป็นบริการหลังการขายร่วมด้วย


ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ของบริษัท เช่น เครื่องส่งลมเย็นที่ใช้ในการหมุนเวียนอากาศ (Air Handling Unit - AHU) ซึ่งได้รับการรับรอง AHRI มาตรฐานระดับโลกที่มีมายาวนานกว่า 130 ปี ส่วนลูกค้าหลักที่ใช้นวัตกรรมนี้คือ กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลชั้นนำ อาทิ เครือ BDMS (เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ, สมิติเวช, พญาไท, เปาโล) ซึ่งใช้บริการมากกว่า 80-90% ของโครงการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้วินด์ชิลล์ยังขยายบริการไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ รวมถึงอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยา และบ้านพักอาศัยระดับพรีเมียม ที่ต้องการควบคุมคุณภาพอากาศเพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5 และเชื้อโรคต่างๆ


นอกจากนี้ บริษัทยังนำระบบ Data-Driven Marketing มาใช้ โดยติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในทุกโครงการเพื่อส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์กลับมายังศูนย์ควบคุมข้อมูลเพื่อใช้ใน 2 ด้านหลักคือ ปรับปรุงงานออกแบบ โดยเรียนรู้จุดบกพร่องและแก้ไขทันทีเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด และ ใช้ AI และ Machine Learning ประมวลผลข้อมูลเพื่อคาดการณ์ความเสียหายของอุปกรณ์ล่วงหน้า (Predictive Maintenance) ซึ่งช่วยให้วินด์ชิลล์สามารถบริการบำรุงรักษาก่อนระบบจะขัดข้อง โดยมีการใช้งานแล้วในระบบห้องผ่าตัด


อีกประเด็นที่ทำให้วินด์ชิลล์ได้ให้บริการในกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลหลายแห่ง คือ Trust หรือ ความไว้วางใจ ซึ่งสร้างขึ้นจากนโยบายผู้บริหารที่จะ ไม่ทิ้งปัญหาให้ลูกค้าแม้แต่รายเดียว และ บริหารจัดการด้านการเงินด้วยความซื่อสัตย์และตรงเวลา วินด์ชิลล์จึงไม่เคยผิดนัดชำระหนี้กับซัพพลายเออร์แม้แต่ครั้งเดียว


ความน่าเชื่อถือนี้จึงทำให้เกิดการบอกต่อ (Word-of-mouth) ด้วยความเชื่อมั่นและมีนัยสำคัญในเชิงธุรกิจ ส่งผลให้ปัจจุบัน วินด์ชิลล์ครองส่วนแบ่งตลาดของระบบอากาศสะอาดพรีเมียมที่สูงถึง 500 ล้านบาท อยู่กว่า 60% นอกจากนี้ ยังมองหาโอกาสใหม่เพื่อพาธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดอีก 3 แนวทาง ดังนี้


1.      ขยายธุรกิจสู่ตลาดแมสและตลาดต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นประเทศที่มีประชากรจำนวนมากและเศรษฐกิจกำลัง

เติบโต เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ซึ่งมีความต้องการมาตรฐานโรงพยาบาลระดับพรีเมียม

2.      ออกแบบนวัตกรรมสำหรับอนาคต ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงที่ติดตั้งง่ายเหมือนแอร์บ้าน

เพื่อใช้ในห้องเก็บยา ไปจนถึงโรงเรียนอนุบาล ที่เด็กนักเรียนป่วยด้วยโรคติดเชื้อบ่อยครั้ง

3.      เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ วินด์ชิลล์กำลังเตรียมความพร้อมด้านบัญชีและระบบตรวจสอบ

มาตรฐานชุดใหญ่ เพื่อเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย มาขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค

และระดับโลกในอนาคต


โรงงานสีเขียว บ่งบอกความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม


วินด์ชิลล์ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนผ่านการออกแบบโรงงานและกระบวนการผลิต (Passive Design) บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ซึ่งได้รับมาตรฐาน Carbon Neutrality (ความเป็นกลางทางคาร์บอน) โดยมีการจัดการพลังงานได้เป็นอย่างดี อาทิ ผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ ทำให้เสียค่าไฟต่อเดือนไม่ถึง 20,000 บาท แม้จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีระบบ Zero Water Waste คือ ระบบจัดการน้ำเสียและบ่อเก็บน้ำ (Retention Pond) ขนาด 1 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยพื้นที่รอบข้างในช่วงน้ำท่วมและสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ และ Low Carbon Products คือ ตั้งเป้าหมายพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าคู่แข่งในตลาดถึง 50%


‘วินด์ชิลล์’ จึงเป็นแบบอย่างของ SME ไทยที่ไม่ได้ขายเพียงผลิตภัณฑ์ แต่ขาย ‘ความมั่นใจในคุณภาพอากาศ’ จากความสนใจด้านนวัตกรรม การดำเนินงานตามมาตรฐานสากล ร่วมกับการมีความรับผิดชอบต่อสังคม เหล่านี้จึงเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จและยั่งยืน







Untitled design (29)_edited_edited.png

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย

276 ซ.รามคำแหง 39 (เทพลีลา 1) ถ. รามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

Contact Us

Tel: +662-319-7677 / +662-718-5601

Click here to find us on map

  • Line_Rounded_Solid_icon-icons.com_61550
  • LinkedIn
  • Facebook
  • Instagram

Copyright ©2024 by TMA

bottom of page